ฟิลเลอร์คางในขณะที่ผลกระทบของสารเติมเต็มริ้วรอย

ฟิลเลอร์คางในขณะที่ผลกระทบของสารเติมเต็มริ้วรอยอาจจะดูเหมือนเป็นที่พึงปรารถนามากคือลักษณะอ่อนเยาว์มากขึ้นก็ควรที่จะหาที่ดีหมอผิวหนังหรือหมอผ่าตัดพลาสติกและได้รับข้อมูลทั้งหมดที่คุณสามารถรวมถึงผลข้างเคียงที่เป็นไปได้สำหรับฟิลเลอร์ริ้วรอยเฉพาะที่คุณกำลังพิจารณา แพทย์หรือคุณหมอผิวหนังคุณปรึกษาจะสามารถที่จะสะกดออกตัวเลือกที่มีให้คุณฟิลเลอร์คาง.

ฟิลเลอร์คาง
หญิงตั้งครรภ์และหญิงที่ได้รับการพยาบาลควรจะระมัดระวัง ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่เป็นที่รู้จักเมื่อนำมาใช้ในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ยังจำได้ฟิลเลอร์ฉีดลดริ้วรอยได้รับการทดสอบเพื่อความปลอดภัยเฉพาะในพื้นที่ที่ใบหน้าไม่ได้อยู่ในส่วนอื่น ๆ ฟิลเลอร์คาง ของร่างกาย
ในมุมมองของการทดสอบอย่างเข้มงวดซึ่งจะเกิดขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่ได้รับการอนุมัติจาก FDA ดูเหมือนว่าชายและหญิงที่ได้รับการใส่ใจจากริ้วรอยบนหน้าตาสามารถคิดได้รับสารเติมเต็มริ้วรอยฉีดกับตัวชี้วัดของความเชื่อมั่น เพียงให้แน่ใจว่าจะมีการให้คำปรึกษาอย่างละเอียดก่อนกับแพทย์หรือหมอศัลยกรรมผู้ที่จะทำตามขั้นตอนเพื่อให้คุณรู้ว่าสิ่งที่คาดหวังในกรณีของคุณโดยเฉพาะในมุมมองของสภาพผิวของคุณและประเภทของริ้วรอยฟิลเลอร์แพทย์แนะนำ

วิธีการเสริมคาง
>>>การเสริมคางด้วย ซิลิโคนแท่ง, หรือ การฉีด ใช้เวลาทำประมาณ 45 นาที โดยไม่ต้องดมยาสลบ และสามารถกลับบ้านได้

การตัดหรือเลื่อนคาง แบ่งออกเป็น ฟิลเลอร์คาง
1.การตัดคาง (Chin Reduction) เป็นการตัดกระดูกคางด้านข้าง เพื่อลดขนาดคางที่มีขนาดใหญ่เกินไป ให้เรียวเล็กลง
2.การตัดคางเพื่อเลื่อนกระดูกคางไปข้างหน้า (Chin forwards Surgery) ศัลยแพทย์จะคัดกระดูกคางแล้วสไลส์ไปข้างหน้าเพื่อให้ได้ระดับความยื่นความยาว ของคางสมดุลกัน
3.การตัดกระดูกคางเพื่อเลื่อนไปข้างหลัง (Chin backwards surgery) ในกรณีที่คางยื่นมากเกินไปการตัดคางต้องทำภายใต้การดมยาสลบ (General Anesthesia) ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัด 2 ชั่วโมง นอนพักที่โรงพยาบาล 1 คืน ระยะเวลาพักฟื้นประมาณ 1 อาทิตย์

การดูแลแผลหลังผ่าตัด
1.การเสริมคางแบบมีแผลในปาก ต้องใช้น้ำยาบ้วนปาก
2.การเสริมคางแบบมีแผลภายนอก ต้องไม่ให้แผลเปียกน้ำ เป็นเวลา 2-3 วัน
3.รับประทานอาหารอ่อน

ประโยชน์ของการฉีด Filler
ฉีดสารเติมเต็มชนิด Hyaluronic acid เข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการแก้ไขเพื่อลดริ้วรอยผิวหนังชั้นตื้น เช่น รอยขมวดคิ้ว ริ้วรอยรอบดวงตา ริ้วรอยที่ลำคอ ทำร่องลึกให้ตื้นขึ้น เช่น ร่องน้ำตา ร่องแก้ม ร่องมุมปาก ร่องหลุมสิว เสริมเนื้อเยื่อในส่วนที่ขาดหายไป เช่น เสริมเนื้อขมับ เสริมหน้าผาก เสริมแก้ม ทำแก้มลูกส้ม เสริมแก้มที่ตอบให้ดูหน้าอิ่มขึ้น เสริมคางปรับรูปจมูก เสริมริมฝีปากให้อวบอิ่ม เน้นขอบริมฝีปากให้คมชัด ยกกระชับผิว เช่น เสริมแก้มเพื่อยกกระชับและลดร่องแก้มยกมุมปาก แก้ปัญหามือเหี่ยวให้มือตึง ลดริ้วรอยที่มือ

ขั้นตอนการฉีด Filler

ใช้เวลา 1 – 1.5 ชั่วโมง (รวมทายาชา) เห็นผลได้ตั้งแต่หลังทำและจะเห็นว่าเนื้อเยื่อฟูขึ้นได้อีกหลังทำไปแล้ว 3 วัน

ผลอยู่ได้นาน 6 – 12 เดือนขึ้นกับชนิดของ Filler และตำแหน่งที่ทำ

สามารถทำควบคู่กับการฉีด Botox ซึ่งการฉีด Botox ในบางตำแหน่งจะทำให้ Filler อยู่ได้นานขึ้น

ปกติฉีดครั้งเดียวก็ได้ผลการรักษาหากต้องการให้ผลอยู่ได้ต่อเนื่องสามารถฉีดซ้ำได้หลังจากฉีดครั้งแรก 6 – 8 เดือน

การดูแลรักษาหลังการฉีด Filler

หลีกเลี่ยงแสงแดดความร้อนในตำแหน่งที่ฉีดเช่นเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นการเข้าซาวน่าอย่างน้อย 2 สัปดาห์

หลีกเลี่ยงการนวดคลึงบริเวณที่ฉีดยา เช่น งดการเท้าคางหากฉีดเสริมคาง

งดการนวดหน้าทำเลเซอร์อย่างน้อย 2 สัปดาห์

งดการดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 สัปดาห์

เข้ามาตรวจเพื่อติดตามผลตามที่คลินิกนัดไว้ฟิลเลอร์คาง.

การเสริมนมให้มีรูปทรงที่สวยงามดูดีและมีขนาด ที่เพิ่มขึ้น

เสริมนม เป็นการศัลยกรรมอีกอย่างหนึ่ง ที่เป็นทางเลือกให้กับทั้งสาวแท้และสาวประเภทสอง เพื่อที่จะได้เพิ่มเสริมเสน่ห์และความมั่นใจให้กับตัวเองยิ่งขึ้น ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่เจริญก้าวหน้า จึงสามารถแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับหน้าอกให้กลายมาเป็นความสวยงามสมบูรณ์แบบได้ง่ายๆ เพียงแค่การศัลยกรรม และการเสริมนมก็เช่นเดียวกัน ปัญหาของหน้าอกนั้นมีหลายอย่างที่เป็นสาเหตุให้สาวๆ ต้องทำศัลยกรรมหน้าอก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากการหย่อนคล้อย ปัญหาจากความไม่เท่ากันของนมทั้งสองข้าง ปัญหาของหญิงที่ผ่านการมีบุตรที่เกิดขึ้นกับหน้าอกของเธอหลังจากการให้นม บุตร หรือแม้กระทั่งความไม่พอใจในขนาด ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้สาวๆ หลายคนตัดสินใจทำการเสริมนม แต่จะทำอย่างไรถึงจะปลอดภัยไร้กังวล ไร้ผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นในภายหลังคะเสริมนม.

เสริมนม

ก่อนการตัดสินใจเสริมนม สาวๆ ควรศึกษาเกี่ยวกับการศัลยกรรมประเภทนี้ให้ละเอียดและทำความเข้าใจเป็นอย่าง ดีเสียก่อน ด้วยการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมหน้าอกโดยตรง การเลือกซิลิโคนที่ได้มาตรฐานก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากในการ เสริมนม ซิลิโคนที่ดีต้องได้มาตรฐานผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยของตัวเราเอง เพราะการใช้วัสดุที่ดีจะช่วยลดปัญหาที่จะตามมาในภายหลังได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาซิลิโคนรั่วหรือนมแข็งผิดรูป การเลือกขนาดก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยคิดขนาดเป็นซีซี (cc) ซึ่งการเสริมนมมีตั้งแต่ขนาด 100 – 500 ซีซี. เลยทีเดียว แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับขนาดที่เหมาะสมกับคุณ โดยต้องคำนึงถึงเนื้อนมด้วยค่ะ ว่ามีมากพอทีจะรองรับขนาดที่เราจะเสริมเข้าไปหรือไม่ เพราะถ้าเนื้อนมน้อยเสริมเข้าไปแล้ว จะคลำเห็นขอบซิลิโคนได้ เสริมนม ก็จะดูไม่เป็นธรรมชาติ และแพทย์ยังต้องพิจารณาจากความกว้างของไหล่และความสูงของผู้เสริมนมอีกด้วย

รูป ทรงของซิลิโคนเป็นอีกอย่างหนึ่งที่เราควรจะพิจารณา ทั้งนี้การเสริมนมมี 2 รูปทรงที่นิยมทำกันคือ ทรงหยดน้ำ ซึ่งจะเหมาะกับคนที่มีพื้นที่เนื้อนมน้อย ใส่แล้วจะดูเป็นธรรมชาติ และไม่ต้องนวดหลังการผ่าตัด การเสริมสามารถผ่าตัดใส่ซิลิโคนเข้าไปทางรักแร้และไต้ฐานนม ส่วนรูปทรงที่สอง คือ ทรงกลมนั้น จะเหมาะกับผู้ที่มีเนื้อนมอยู่บ้าง และถ้าวัดจากปริมาณซีซีที่เท่ากันทรงกลมยังดูใหญ่กว่าทรงหยดน้ำอีกด้วย เวลาผ่าตัดก็จะทำได้ง่ายกว่าและเสร็จเร็วกว่า แต่หลังผ่าตัดต้องดูแลด้วยการนวดให้ได้รูปทรง จึงจะสวยงามดูดี เมื่อพิจารณารูปทรงของเต้านมอย่างถี่ถ้วนและตัดสิน.