ลดต้นแขนเร่งด่วนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ลดต้นแขน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแล้ว ยังช่วยทำให้ระบบในร่างกายเกิดความสุมดุลอีกด้วย แต่การออกกำลังกายที่ดีควรจะเป็นการเดินเร็ว ๆ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก และการออกกำลังกายใต้น้ำ ครั้งละ 30-40 นาทีขึ้นไป อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง การออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายออกไป ช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่เกณฑ์ที่เหมาะสม ทำให้กล้ามเนื้อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่สำหรับคนที่ไม่มีเวลา ขอให้คุณใช้เวลาพักหรือเวลาที่ต้องทำงานให้เป็นประโยชน์ ด้วยการขึ้นลงบนไดแทนการขึ้นลิฟท์ ทำงานบ้าน เป็นต้นลดต้นแขน.

ลดต้นแขน
ควบคุมอาหาร คุณควรลดละเลิกทั้งของหวานจัดและมันจัด แป้ง ไอศกรีม นมที่มีมันเนยสูง อาหารเค็มจัด และอาหารที่ผ่านกระบวนการแปลงสภาพ เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ร่างกายของเรามีไขมันสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และให้หันมาควบคุมอาหารในแต่ละวัน กินอาหารที่มีประโยชน์และมีไขมันต่ำ ดื่มน้ำเปล่าสะอาด ๆ ให้ได้วันละ 8 แก้ว (ถ้าเหงื่อออกมากก็ต้องดื่มให้มากกว่านี้) ก็จะช่วยขับพิษที่ติดตามเนื้อเยื่อในรูปของไขมันส่วนเกิดออกจากร่างกาย และเป็นการขจัดเซลลูไลท์ออกไปด้วย รวมทั้งควรลดหรือเลิกการดื่มน้ำอัดลม กาแฟ แอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่ เพราะจะไปทำให้ร่างกายเสียสมดุล เนื่องจากมีสารอนุมูลอิสระมาก ทำลายเซลล์ และสะสมกลายเป็นพิษ ร่างกายขับออกได้ยากลดต้นแขน
กินผักและผลไม้สดมาก ๆ นักธรรมชาติบำบัดเชื่อว่าการรับประทานผักและผลไม้สดจะช่วยลดเซลลูไลท์ที่เกิดขึ้นแล้วและช่วยป้องกันการเกิดใหม่ของเซลลูไลท์ได้มากถึงร้อยละ 75 (แต่ควรเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวานจัด) เนื่องจากผักและผลไม้จะอุดมไปด้วยเกลือแร่ วิตามิน สารพฤกษเคมี สารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถช่วยกระตุ้นตับให้ขับพิษได้ดี ช่วยทำให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อยู่ในอิริยาบถที่ถูกต้อง เราไม่ควรอยู่ในท่าใดหนึ่งนานเกินไป แต่ควรหันมาเดินขึ้นบันไดแทนการขึ้นลิฟท์ในระหว่างการทำงาน หรือควรลุกเดินไปมาอยู่เสมอเพื่อกระตุ้นการกำจัดของเสียระหว่างวัน โดยเฉพาะคนที่ทำงานในออฟฟิศ ยิ่งควรจะนั่ง ยืน และเดินให้ถูกต้อง ไม่นั่งไขว่ห้าง เพราะจะทำให้เกิดเซลลูไลท์ได้ง่าย
กำจัดของเสียในปอด ด้วยการฝึกลมหายใจลึกยาวเพื่อให้เนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ ซึ่งออกซิเจนจะให้ชีวิต ให้ความกระชุ่มกระชวยกับเซลล์ในร่างกาย ไม่เฉพาะแต่เซลล์สมองเท่านั้น แต่ออกซิเจนยังช่วยเผาผลาญพลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
ขัดถูผิวในขณะอาบน้ำทุกวัน ด้วยการใช้แปรงแห้ง ๆ นุ่ม ๆ เช่น ฟองน้ำ ใยบวบ หินขัด หรือครีม นำมาขัดวนไปมาประมาณวันละ 2-3 นาที จะช่วยทำให้ระบบต่อมน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดีและเป็นการช่วยขจัดเซลล์ไขมัน เพราะความร้อนจากการขัดถูจะทำให้ไขมันบางส่วนละลายได้ หากต้องการขัดทั้งตัวควรเริ่มต้นจากการขัดบริเวณเท้าไล่ขึ้นมาสู่ช่วงบนร่างกายไปจนถึงต้นคอ บ่า ไหล่ วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้ นอกจากนี้เวลาอาบน้ำ (จะตอนเย็นหรือตอนเช้าก็ได้) ให้เราใช้น้ำร้อนฉีดสลับกับน้ำเย็นบริเวณที่เป็นเซลลูไลท์เพื่อกระตุ้นเนื้อเยื่อและเร่งการเผาผลาญพลังงานของเซลล์ให้ดีขึ้น
นวดน้ำมัน ให้เราใช้น้ำมันสำหรับการนวดผสมกับน้ำมันหอมระเหยมาทาผิวเพื่อให้ผิวลื่น จะช่วยทำให้นวดได้คล่องขึ้นและไม่รั้งผิวจนทำให้ผิวเหี่ยวย่น แถมยังช่วยทำให้ระบบการไหลเวียนให้ดีขึ้นและกระตุ้นประสิทธิภาพของระบบการกำจัดของเสียของร่างกายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ด้วยการกระตุ้นระบบต่อมน้ำเหลืองที่ช่วยย่อยไขมัน โดยให้เน้นนวดวนและบีบ ๆ เฉพาะส่วนในจุดที่การไหลเวียนไม่ดี เช่น หัวเข่าด้านในและต้นขา เพื่อเป็นการช่วยละลายไขมันและกำจัดพิษคั่งค้าง หรือคุณจะใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากขิงและส้มก็ได้ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดของเสียในร่างกาย โดยให้เน้นนวดบริเวณที่มีเซลลูไลท์ ซึ่งวิธีการนวดก็ไม่ยากเลย เพียงแค่ใช้อุ้งมือนวดคลึงเป็นวงกลมโดยใช้สันมือโอบรอบบริเวณที่มีเซลลูไลท์ และทำซ้ำกัน ๆ ไปเรื่อย ๆ

ครีมนวดสลายเซลลูไลท์ โดยใช้ร่วมกับการนวด วิธีนี้จะช่วยทำให้เซลลูไลท์ดูเบาบางลงได้ ซึ่งก็มีอยู่ด้วยกันหลายยี่ห้อ แต่ครีมนวดที่ใช้ควรจะมีส่วนผสมสำคัญที่สกัดจากธรรมชาติ ดังนี้ คาเฟอีน (Caffeine) ที่ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหารในร่างกายและเร่งการเผาผลาญไขมัน จึงช่วยในการลดน้ำหนักได้, โกโก้ (Activated Cocoa Bean Concentrate) นิยมใช้ร่วมกับคาเฟอีน สามารถช่วยขจัดไขมันและยับยั้งการสะสมของน้ำตาลที่เหลือในเนื้อเยื่อไขมันได้, ไคโตซาน (Chitosan) ช่วยขจัดไขมันได้ โดยประจุบวกของไคโตซานจะช่วยดักจับกรดไขมันอิสระและคอเลสเตอรอลที่มีประจุลบ ซึ่งจะถูกขับถ่ายออกมาพร้อมกับไขมันส่วนเกิน, สารสกัดแคปไซซิน (Capsaicin) เป็นสารสกัดที่ได้จากพริก มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มระดับของเอนไซม์ในตับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำให้ไขมันแตกตัว การช่วยเร่งเมตาบอลิซึม จึงช่วยทำให้น้ำหนักตัวลดลง, สารสกัดจากส้มแขก ซึ่งมีคุณสมบัติในการขัดขวางการเปลี่ยนแปลงของสารอาหารจำพวกน้ำตาลกลูโคสเป็นสารอาหารจำพวกไขมันสะสมได้ และยังช่วยเร่งการสลายไขมันเก่าที่สะสมอยู่ได้อีกด้วย ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อย่างแน่ชัดว่า สารเหล่านี้จะสามารถซึมผ่านเซลล์ผิวหนังลงไปละลายไขมันและไปลดก้อนไขมันได้จริงหรือไม่
การทำทรีทเม้นท์ตามคลินิก เพื่อกำจัดเซลลูไลท์ โดยเป็นการทำให้เซลลูไลท์แตกตัว คุณอาจจะต้องได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ร่วมกับการลดน้ำหนัก, ออกกำลังกาย, ควบคุมอาหาร, นวดแบบอโรมาเธอราพี (ใช้น้ำมันหอมสกัดจากพืชซึ่งจะสามารถดึงเอาสิ่งสกปรกออกจากผิวได้), การนวดตัว (เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและปลดปล่อยของเสีย) หลังการทำทรีทเม้นท์ประมาณ 1-2 สัปดาห์ คุณจะรู้สึกได้ว่าผิวบริเวณนั้นจะอ่อนตัวลง

นวดด้วยเครื่องอัลตร้าโซนิค (Ultrasonic Massage) เป็นการนวดผิวด้วยร่วมกับการทายาสลายไขมันไว้ตามร่างกายที่ต้องการลด และใช้เครื่องรวดไปตามบริเวณนั้น ๆ เพื่อให้ตัวยานั้นซึมลงไปใต้ผิวหนังและช่วยสลายเซลลูไลท์ ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและเซลลูไลท์ที่ต้องการลด มีค่าใช้จ่ายต่อครั้งประมาณ 1,000-3,000 บาทขึ้นไป แล้วแต่สถานบริการ
นวดด้วยเครื่องไวเบรชั่น (Vibration) เป็นการนวดแบบสั่นสะเทือนตามบริเวณที่ต้องการจะเผาผลาญ หรือเมื่อยืนอยู่บนเครื่อง เครื่องจะเกิดสั่นสะเทือนทำให้ร่างกายสั่นสะเทือนตามให้ผลเหมือนการนวดตัว เหมือนเป็นการออกกำลังกายและสลายเซลลูไลท์ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดร่างกายและปริมาณของไขมัน แต่การสั่นนาน ๆ จะทำให้เกิดอาการคันเนื่องจากมีการสลายไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งการสลายเซลลูไลท์ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์นั้นจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง และควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ราคาทำครั้งละประมาณ 500 บาท
การนวดแบบเอนเดอร์โมโลยี (Endermologie) เป็นการนวดกำจัดเซลลูไลท์เฉพาะส่วนด้วยเครื่องสุญญากาศ โดยส่วนหัวของเครื่องมือนี้จะมีท่อสุญญากาศอยู่ตรงกลาง (ทำหน้าที่ดูดผิวบริเวณที่ต้องการขึ้นมา) ส่วนด้านข้างจะเป็นลูกกลิ้งคู่ขนาน (ทำหน้าที่นวดสลายไขมันและเพิ่มการไหลเวียนของเลือด) ซึ่งการรักษาด้วยเครื่องมือชนิดนี้จะต้องทำติดต่อกัน 14 ครั้ง (ครั้งละประมาณ 2,000-5,000 บาท) โดยใน 7 ครั้งแรก จะต้องทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และจะลดลงเหลือสัปดาห์ละ 1 ครั้งในครั้งถัดไป หรือขึ้นอยู่กับผู้เชี่ยวชาญแนะนำ (ด้านล่างเป็นภาพก่อนและหลังทำ 15 ครั้ง)

วิธีลดต้นแขน ยืนกางขาพอประมาณ ย่อเข่าเพียงเล็กน้อย

วิธีลดต้นแขน ยืนกางขาพอประมาณ ย่อเข่าเพียงเล็กน้อย แล้วใช้มือทั้งสองข้างจับดัมเบลล์ 1 อัน ค่อยๆ ยกขึ้นเหนือหัว เหยียดแขนทั้งสองให้ตรงค้างไว้สักพัก แล้วค่อยๆพับแขนลงด้านหลังให้เป็นรูปตัว L คว่ำ ขั้นตอนนี้ ควรจับให้แน่นเพื่อป้องกันอันตราย ทำวันละ 20 ครั้ง วิธีลดต้นแขน.

วิธีลดต้นแขน

2.ใช้ฮูลาฮูปที่มีขายทั่วไปเอามาใช้หมุนไปรอบ ๆ แขนแทนที่จะเป้นเอว เริ่มจากต้นแขนแล้วไล่ลงไปจนถึงข้อมือสลับกันซ้าย-ขวา หรือจะทำพร้อมกันสองข้างเลยก็ได้

3.กระโดดเชือกบ่อยๆช่วยให้แขนเล้กลงได้ เพราะตลอดเวลาที่เล่นแขนเราจะเกร็ง แถมมีการหมุนแขนเคลื่อนไหวตลอดเวลาด้วย สักวันละร้อยครั้งไม่นานก็จะรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง

4.การชกลมโดยการก้าวเท้าซ้ายหรือขวาไปข้างหน้า ยืนให้มั่นคง แล้วกำหมัดเปล่า ๆ ชกตรงออกไป เวลาชกต้องดูให้ขาข้างที่ชกเหยียดตึง สะโพกบิดตามการชกเล็กน้อย สลับกันซ้าย-ขวา ท่อนแขนและหัวไหล่ก็จะได้รูปทรงและกระชับขึ้นมากเลยทีเดียว วิธีลดต้นแขน

5.เปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง โดยการควบคุมอาหารควบคู่การอออกำลังกายไปด้วย เราต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ และลดอาหารจำพวกทอด ๆ ที่มีไขมันสูง แป้ง น้ำตาลไปเสียบ้าง แล้วเวลาว่างควรจะขยับร่างกายบ่อยโดยการใช้แขนในการทำสิ่งต่างๆ แล้วเกร็งแขนไปในตัว เช่น การยกหนังสือ ยกของที่มีน้ำหนัก เป็นต้น

สารพัดวิธีลดต้นแขนนี้ลองไปฝึกปฏิบัติตามกันดูนะค่ะ เพราะเป็น วิธีลดต้นแขน แบบง่าย ๆ สามารถทำเองได้ที่บ้านที่สำคัญใช้เวลาไม่มาก และเมื่อคุณมีแขนที่เรียวเล็กสมใจแล้วก็จะได้ใส่เสื้อโชว์แขนได้อย่างมั่นใจกันเลยทีเดียวค่ะวิธีลดต้นแขน.